ยาอายุวัฒนะแห่งอนาคต    

นับตั้งแต่มีการค้นพบสารสำคัญครั้งแรกในสายพันธุ์เห็ดถั่งเช่าสีทอง ที่มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า คอร์ไดเซปิน (cordycepin) ได้ส่งผลให้ความลับหลายพันปีแห่ง “ยาอายุวัฒนะ” ของถั่งเช่าจากยอดเทือกทิเบตถูกทลายลงตามไปด้วย

จนในเวลาต่อมา ด้วยความก้าวหน้าในเชิงการแพทย์หลายแขนงได้ทำให้พบว่า ในถั่งเช่านั้นได้ซ่อนสรรพคุณทางยา และความเป็นประโยชน์ต่อการรักษาโรคต่างๆ ไว้อย่างมากมาย โดยเฉพาะการออกฤทธิ์ยับยั้งมะเร็งได้ถึงในระดับเซลล์ของสารสำคัญ “คอร์ไดซิปิน” (องค์การอนามัยโลกได้คาดการณ์ว่า ภายในปี 2568 จะมีผู้ป่วยมะเร็งประมาณ 19 ล้านคน และในทุกๆ 5 ปี จะมีอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 2-3 ล้านคน) และยังมีงานวิจัยอีกหลายกรณีที่กำลังนำไปใช้ร่วมกับการรักษาโรคที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์ เช่น โรคไข้หวัดนก, โรคซาร์ส และโรคเอดส์อีกด้วย

ปัจจุบันเห็ดสายพันธุ์ดังกล่าว จึงได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก ทั้งในด้านการพัฒนาสายพันธุ์ เพื่อเพิ่มปริมาณ และประสิทธิภาพของสารออกฤทธิ์ทั้งหลาย รวมทั้งผลการวิจัยต่างๆ ที่แสดงให้เห็นแนวโน้มว่า “ยาอายุวัฒนะแห่งอนาคต” เราอาจกำลังหมายถึง เห็ดถั่งเช่าสีทอง ก็เป็นไปได้


ถั่งเช่าสีทอง…คุณประโยชน์ที่มากกว่า

นับว่ามีถั่งเช่าเพียง 2 สายพันธุ์เท่านั้น จากทั้งหมดกว่า 680 สายพันธุ์ทั่วโลก ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ และนำมาใช้ในเชิงการแพทย์กันอย่างกว้างขวาง นั่นคือ สายพันธุ์ถั่งเช่าทิเบต และสายพันธุ์ถั่งเช่าสีทอง

โดยในเวลาต่อมา มีรายงานการศึกษาเปรียบเทียบไว้อย่างชัดเจนว่า สายพันธุ์ถั่งเช่าสีทอง หรือ C.militaris นั้น มีปริมาณสาร Cordycepin และ Cordycepic acid รวมทั้งสารออกฤทธิ์ที่สำคัญชนิดอื่น ๆ มากกว่าสายพันธุ์ถั่งเช่าทิเบต หรือ C.sinensis ซึ่งนั่นหมายถึง คุณประโยชน์ที่จะได้รับมากกว่านั่นเอง

และส่วนของ Fruiting-bodies หรือ ดอกถั่งเช่า นั้น ก็นับเป็นส่วนสำคัญที่มีการตรวจพบปริมาณสารสำคัญมากที่สุดอีกด้วย


การค้นพบสารออกฤทธิ์สำคัญ

ลำดับที่

สารออกฤทธิ์สำคัญ แหล่งอ้างอิง
1 Cordycepin Cunningham et al. (1950)
2 Cordycepic acid Chatterjee et al. (1957)
3 N-acetylgalactosamine Kawaguchi et al. (1986)
4 Adenosine Guo et al. (1998)
5 Ergosterol and ergosteryl esters Yuan et al. (2007)
6 Bioxanthracenes Isaka et al. (2001)
7 Hypoxanthine Huang et al. (2003)
8 Acid deoxyribonuclease Ye et al. (2004)
9 Polysaccharide and exopolysaccharide Yu et al. (2007, 2009), Xiao et al. (2010), Yan et al. (2010)
10 Chitinase Lee and Min (2003)
11 Macrolides (C10H14O4) Rukachaisirikul et al. (2004)
12 Cicadapeptins and myriocin Krasnoff et al. (2005)
13 Superoxide dismutase Wanga et al. (2005)
14 Protease Hattori et al. (2005)
15 Naphthaquinone Unagul et al. (2005)
16 Cordyheptapeptide Rukachaisirikul et al. (2006)
17 Dipicolinic acid Watanabe et al. (2006)
18 Fibrynolytical enzyme Kim et al. (2006)
19 Lectin Jung et al. (2007)
20 Cordymin

Wonga et al. (2011)

ที่มา: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3909570/table/Tab1/

 

การค้นพบสารออกฤทธิ์สำคัญ

ที่มา: http://pubs.sciepub.com/jfnr/2/2/3/image/tab2.png


สารออกฤทธิ์สำคัญ

คอร์ไดซิปิน (Cordycepin)

  • มีส่วนช่วยในการยับยั้ง และการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง
  • ช่วยเพิ่มระดับออกซิเจน และประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือด
  • เสริมสร้างพลังให้กับร่างกาย
  • มีฤทธิ์ในการบำรุงไต
  • ช่วยรักษาสมดุลของคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด
  • ช่วยต้านทานเชื้อแบคทีเรียก่อโรค

กรดคอร์ไดซิปิก (Cordycepic Acid)

  • เพิ่มเมตาบอริซึมให้กับร่างกาย
  • ทำให้ร่างกายไม่เหนื่อยง่าย และฟื้นตัวเร็วขึ้น
  • ป้องกันเลือดออกในสมอง และการเกิดลิ่มเลือด
  • ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด
  • ป้องกันโรคหอบหืด

อะดีโนซีน (Adenosine)

  • ต้านการแข็งตัวของเลือด
  • ต้านการเกิดลิ่มเลือด
  • ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดอุดตันในสมอง (สาเหตุโรคอัมพฤกษ์อัมพาต)

พอลิแซคคาร์ไรด์ (Polysaccharides)

  • ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย
  • ป้องกันการเกิดเนื้องอก และเซลล์มะเร็ง
  • ลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • ลดคอเรสเตอรอล
  • ลดไตรกลีเซอไรด์ (ไขมันในเลือด)

 

ไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide)

  • ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ส่งผลให้การทำงานของระบบการไหลเวียนโลหิตได้ดีขึ้น
  • ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
  • ป้องกันโรคหลอดเลือดในสมอง และหัวใจ
  • ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

สารซุปเปอร์ออกไซด์ดิสมูเตส (SOD – Superoxide Dismutase)

  • สารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยในการเสื่อมก่อนวัยอันควรรวมทั้งการเกิดฝ้า กระ และริ้วรอยต่างๆ
  • ช่วยต้านทานอาการอักเสบ

สเตอรอล (Sterol)

  • ช่วยต้านการอักเสบ
  • ป้องกันโรคไตอักเสบ และสาเหตุของโรคไตวายเรื้อรัง
  • ป้องกันโรคหอบหืด
  • เพิ่มประสิทธิภาพการบีบตัวของหัวใจ

ถั่งเช่าสีทอง…โอสถแห่งการบำรุง

ความนิยมในตัวถั่งเช่าสีทอง สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะตามการรับประทานที่มีมาตั้งแต่อดีตกาล คือ

  1. การนำส่วน Fruiting-bodies หรือ ดอกถั่งเช่า มาบริโภคโดยตรงด้วยกรรมวิธีต่างๆ เช่น เมนูชาร้อน, เมนูไก่ตุ๋น หรือเป็ดตุ๋น, ซุปต่างๆ และอื่น ๆ ซึ่งเมนูซุปนั้น นับว่าเป็นที่นิยมอย่างมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมณฑลกวางตุ้ง ฮ่องกง และไต้หวัน
    โดยมีรายงานว่า การทานถั่งเช่าได้อย่างปลอดภัย คือ ปริมาณน้อยกว่า 2.5 กรัมต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัว
  2. การนำทั้งส่วนดอกและเส้นใย มาใช้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและยารักษาโรค โดยเฉพาะในประเทศจีนที่มีผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจำนวนมากที่มีส่วนผสมของถั่งเช่าสีทอง รวมถึงการนำไปผลิตเป็นยาน้ำ, แคปซูล, ไวน์, น้ำส้มสายชู, ชา, โยเกิร์ต และซอสถั่วเหลือง

นอกจากนี้ ยังมีการนำไปใช้ในกระบวนการผลิตยา เพื่อการรักษาอาการของโรคไตและปอด, ชะลอริ้วรอยก่อนวัย, ปรับสมดุลในการพักผ่อน และรักษาโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง เป็นต้น  ซึ่งในขณะนี้มีผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และยารักษาโรคจากถั่งเช่าสีทองแล้วกว่า 30 ชนิดในท้องตลาด


สรรพคุณทางยา

รักษาโรคมะเร็ง (Anticancer Agent)

     Cordycepin (3′-deoxyadenosine) หนึ่งในสารออกฤทธิ์สำคัญที่สุดในเห็ดตระกูล Cordyceps โดยเฉพาะในสายพันธุ์ C.militaris ซึ่งมีฤทธิ์ในการต้านจุลชีพ, ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็ง, กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และลดอาการของผลจากยาฆ่าแมลง

     นอกจากนี้ยังอาจทำให้ขนาดของเนื้องอกลดลงอีกด้วย โดยเฉพาะมะเร็งปอด หรือมะเร็งผิวหนัง

ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant activity)

     จากรายงานชิ้นหนึ่งระบุว่า ทั้ง amino acid, polysaccharide และ mannitol ซึ่งเป็นสารสกัดที่พบในเห็ดถั่งเช่าสีทอง เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ อย่าง Ascorbic acid (Vc), butylated hydroxytoluene (BHT) และ ethylenediaminetetraacetic acid (EDTA)

      ผลปรากฏว่า สารสกัดดังกล่าวให้ผลบวกต่อปฏิกิริยาในการยับยั้ง และลดพลังงานที่มีผลต่อการเกิดอนุมูลอิสระด้วย

เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสเปิร์ม (Improvement of Sperm Production)

     ผลการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ในเดือนแรกของการใช้ถั่งเช่าสีทองเป็นอาหารเสริม ช่วยให้ประสิทธิภาพ และปริมาณสเปิร์มในน้ำอสุจิเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจมีส่วนช่วยในเรื่องสมรรถภาพทางเพศอีกด้วย

ทั้งนี้ เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องอีก 4 – 6 สัปดาห์ ยังสามารถช่วยปรับปรุงการเคลื่อนที่ของเซลล์ และรูปร่างของสเปิร์มได้อย่างมีนัยสำคัญ

ป้องกันโรคหัวใจ และหลอดเลือด (prevent cardiovascular diseases)

เอนไซม์ Fibrinolytic ที่พบในถั่งเช่าสีทอง มีส่วนช่วยในการปรับสมดุลการสลายตัวของไฟบริน (Fibrin degradation pathway) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการไหลเวียนของเลือด

โดยปัจจุบันได้ถูกนำมาใช้ร่วมกับการรักษาโรคหัวใจ

ฤทธิ์ต้านการอักเสบ (Anti -inflammatory effect)

มีรายงานว่า สารสกัดจากถั่งเช่านั้น สามารถช่วยลดไนตริกออกไซด์ (Nitric oxide) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคแทรกซ้อนต่างๆ หากร่างกายมีการหลั่งสารสื่อกลางการอักเสบชนิดนี้มากเกินไป เช่น โรคกระเพาะและลำไส้อักเสบ, โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis), โรคเบาหวาน และโรคอักเสบต่างๆ  ทั้งยังมีประสิทธิภาพการยับยั้งได้ดียิ่งขึ้น เมื่อใช้ระดับของอุณหภูมิในการสกัดที่สูงขึ้น (การทดสอบนี้ใช้น้ำร้อนในการสกัด)

ต้านการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Anti-influenza Virus Activity)

     โดยโมเลกุลของโพลีแซคคาไรด์ (polysaccharide) ที่ได้จากวิธีการคัดแยกจากสารสกัดถั่งเช่า อาจมีคุณสมบัติยับยั้งการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิด A บางส่วน ด้วยการปรับสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันในเม็ดเลือดขาว

 ฤทธิ์ในการต้านเชื้อรา และมะเร็ง (Antifungal and Anticancer Activities)

ด้วยองค์ประกอบของกรดอะมิโน และการเรียงตัวของเปปไทด์สำคัญ 3 ชนิด ที่ได้จากกระบวนการย่อยโดยใช้ C. militaris protein (CMP) พบว่า มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา Fusariumoxysporum สาเหตุของโรคเหี่ยวเฉาในพืช รวมทั้งออกฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านม และกระเพาะปัสสาวะของมนุษย์

ฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Clostridium spp. (Against Clostridium spp.)

กลุ่มเชื้อแบคทีเรียก่อโรคที่สามารถสร้างสารพิษ (toxin) ทำให้เกิดโรค Botulism ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ (ส่วนใหญ่พบในอาหารกระป๋อง และอาหารแห้งต่างๆ)

โดยมีการค้นพบว่า สาร Cordycepin ที่พบในถั่งเช่าสีทองนั้น มีความสามารถในการยับยั้งการเจริญเติบโต, ปรับสมดุลการทำงานของลำไส้ และช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ จึงนับว่ามีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพได้เป็นอย่างดี

รักษาโรคเบาหวาน (Diabetes)

มีการศึกษาพบว่า ถั่งเช่ามีส่วนช่วยในการลดระดับน้ำตาลในเลือด และเพิ่มระดับของน้ำเหลืองเลือด (Serum)

ซึ่งรายงานเพิ่มเติมในปี 2000 ระบุว่า การทานถั่งเช่าร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ ในช่วง 5 นาทีก่อนมื้ออาหาร ติดต่อกันนานเป็นระยะเวลา 6 เดือน พบว่า มีพัฒนาการที่ดีขึ้นถึงร้อยละ 48.3 ,มีพัฒนาการร้อยละ 41.9 และไม่แสดงอาการดีขึ้นเพียงร้อยละ 9.7


การประยุกต์ใช้ในเชิงการแพทย์

แม้ว่าสายพันธุ์ถั่งเช่าทิเบต (C.sinensis) จะเป็นที่รู้จัก และถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย หากแต่การกล่าวถึงถั่งเช่าคุณภาพสูงกลับเป็น สายพันธุ์ถั่งเช่าสีทอง (C.militaris) เสียมากกว่า เพราะการอุดมไปด้วยสารออกฤทธิ์สำคัญ โดยเฉพาะสารคอร์ไดซิปินที่มากกว่าหลายเท่าตัวนั้น ทำให้การประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์สามารถทำได้ในหลายกรณี อาทิเช่น

  • ประสิทธิภาพการทำงานของปอด
  • อาการไอ และมีเสมหะ
  • อาการวิงเวียนศีรษะ
  • ความจำบกพร่อง
  • อาการวุ้นตาเสื่อม
  • ความผิดปกติในการมองเห็น
  • อาการติดเชื้อไข้หวัด
  • อาการเบื่ออาหาร
  • อาการเหงื่อออกตอนกลางคืน
  • ใบหน้า และริมฝีปากซีดเซียว
  • เสียงหวีดดังในหู
  • อาการปวดฟัน และฟันโยก
  • นอนไม่หลับ และกระหายน้ำ
  • อาการร้อนๆ หนาวๆ ทั้งแขนและขา
  • อาการปวดช่วงหลัง หรือหัวเข่า
  • อาการเกี่ยวเนื่องกับโรคซึมเศร้า
  • โรคเบาหวาน
  • อาการปัสสาวะรดที่นอน
  • ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
  • ภาวะโลหิตจาง
  • การฟื้นตัวช้าจากอาการเจ็บป่วย

นอกจากนี้ยังมีกรณีอื่นๆ ที่ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาอีกมากมาย


เอกสารอ้างอิง

‘ฮู’ เตือนอนาคต…คนเป็นมะเร็งมหาศาล. (2557). 10 กันยายน 2560. แหล่งที่มา: https://goo.gl/U2FXKW

กล่าวขวัญ ศรีสุข และคณะ. ฤทธิ์ต้านการอักเสบของพืชสมุนไพรบางชนิดในโครงการพัมนาป่าชุมชนบ้านบ้าน

อ่างเอ็ด จังหวัดจันทบุรี.วารสารวิทยาศาสตร์บูรพา ฉบับพิเศษ การประชุมวิชาการระดับชาติ วิทยาศาสตร์

วิจัย ครั้งที่ 6. หน้า 304-311

รัตนวดี ณ นคร.(2557). โรคภูมิต้านตนเอง โรคออโตอิมมูน (Autoimmune disease) (Online).

https://goo.gl/5Xkd2y.20 กันยายน 2560

พวงทอง ไกรพิบูลย์.(2558). ของเหลว/น้ำ (Body fluid) เลือด (Blood) น้ำเลือด (Plasma) น้ำเหลือง (Serum,

Lymph) หนอง (Pus) (Online). https://goo.gl/8GWV8v. 19 กันยายน 2560

พิมพ์เพ็ญ พรเฉลิมพงศ์ และ นิธิยา รัตนาปนนท์. Clostridium botulinum / คลอสติเดียม โบทูลินัม (Online).

https://goo.gl/hHfSUd. 20 กันยายน 2560

Valkov, Nathalie PhD, L.Ac Cordyceps: Treating Diabetes, Cancer and Other Illnesses. 2010.

Hobbs, Christopher Hobbs L. Ac. Medicinal Mushrooms. Book Publishing Company. 1986. 3.

Liu WC et al. Protection against radiation-induced bone marrow and intestinal injuries by

Cordyceps sinensis, a Chinese herbal medicine. Radiat Res. 2006 Dec; 166(6):9007.

https://goo.gl/ecpmZS

K.J. Patel and R.S Ingalhalli. (2013). Cordyceps militaris (L.:Fr.) Link – An Important Medicinal Mushroom.

Journal of Pharmacognosy and Phytochemistry. 2(1): 315-318

Go YX, Want ZS, Li SX, Yuan QS.Effects of multiple factors on accumulation of nucleosides and bases in

Corydyceps militaris. Food Chem 2007; 102:1304-1309.

Cunningham KG et al. Cordycepin, a metabolic product from cultures of Cordyceps

militaris(Linn.)Link.Part I. Isolation and characterisation, J ChemSoc 1951; 2299–3200.

Ahn YJ, Park SJ, Lee SG, Shin SC, Choi DH. Cordycepin: selective growth inhibitor derived from liquid

culture of Cordyceps militarisagainst Clostridium spp. J Agric Food Chem 2002; 48: 2744-2748.

Shonkor Kumar DAS, Shinya Fujihara, Mina Masuda and Akihiko Sakurai,Efficient Production of

Anticancer Agent Cordycepin by Repeated Batch Culture of Cordyceps militaris Mutant.

October 20-22, 2010, San Francisco, USA

Wen-Hung Lin et al.Improvement in sperm production in subfertile boars by Cordyceps militaris

supplements.2007

Masuda, M., E. Urabe, H. Honda, A. Sakurai and M. Sakakibara. 2007. Enhanced production of

cordycepin by surface culture using the medicinal mushroom Cordyceps militaris.

Enzyme Microb. Tech. 40: 1199-1205

Wol Soon Jo1 et al. The Anti-inflammatory Effects of Water Extract from Cordyceps militaris In Murine

Macrophage.Mycobiology 38(1) : 46-51 (2010) DOI:10.4489/MYCO.2010.38.1.046

Che ZM. (2003). Assessment on edible safety of artificially-cultivated Cordyceps militaris fruiting bodies.

Edible Fungi 25(3):45–46

Lin WH et al. (2007). Improvement of sperm production in subfertile boars by Cordyceps militaris

supplement. (Online). https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/17708629, 29 September 2017

เอกสารอ้างอิง

Longstaff, Williams, and Thelwell. Fibrin binding and the regulation of plasminogen activators during

thrombolytic therapy. Cardiovasc Hematol Agents Med Chem. 2008 Jul;6(3):212-23.

YoshinoriMine, Ada HoKwan Wong, and BoJiang. Fibrinolytic enzymes in Asian traditional fermented

foods. Food Research International Volume 38, Issue 3, April 2005, Pages 243-250

Xiaoli Liu, Kaihong Huang and Jianzhong Zhou. Composition and Antitumor Activity of the Mycelia and

Fruiting Bodies of Cordyceps militaris. Journal of Food and Nutrition Research, 2014 2 (2),

pp 74-79. DOI: 10.12691/jfnr-2-2-3